การนำเข้าวัตถุดิบและสารเคมีเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยาและชีวเภสัชภัณฑ์ เป็นกระบวนการที่ต้องเผชิญกับปัจจัยความเสี่ยงรอบด้าน เนื่องจากคุณสมบัติทางกายภาพของวัตถุดิบทางการแพทย์ส่วนใหญ่มักมีความอ่อนไหวสูงต่อสภาพแวดล้อมภายนอก ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในระหว่างกระบวนการเคลื่อนย้ายข้ามประเทศสามารถส่งผลให้เคมีภัณฑ์เสื่อมสภาพก่อนเดินทางถึงโรงงานผลิต การทำความเข้าใจอุปสรรคที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจึงเป็นก้าวสำคัญในการวางระบบป้องกันเพื่อรักษาคุณภาพของสินค้าให้สมบูรณ์ที่สุด
ปัญหาหลักที่พบบ่อยในการนำเข้าวัตถุดิบยา
จากสถิติการขนส่งสินค้าในกลุ่มชีวเภสัชภัณฑ์ ปัญหาที่สร้างความเสียหายให้แก่ผู้ประกอบการมากที่สุดมักเกิดจากสามปัจจัยหลัก
1 สภาวะอุณหภูมิหลุดเกณฑ์ระหว่างการเปลี่ยนถ่ายระวาง
จุดที่เกิดความเสี่ยงสูงที่สุดในระบบโลจิสติกส์ไม่ได้เกิดขึ้นขณะที่เครื่องบินอยู่บนฟ้า แต่เกิดขึ้นระหว่างการพักคอยสินค้าบนรันเวย์หรือในคลังสินค้าที่ไม่มีระบบควบคุมความเย็นที่เพียงพอ การปล่อยให้วัตถุดิบยาเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดหรือชื้นจัด แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็สามารถส่งผลให้สารตั้งต้นเกิดปฏิกิริยาทางเคมีจนสูญเสียความเสถียร
2 ความล่าช้าในขั้นตอนพิธีการศุลกากร
สินค้ากลุ่มเคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นยาจัดเป็นวัตถุควบคุมพิเศษที่ด่านศุลกากรและหน่วยงานสาธารณสุขต้องตรวจสอบอย่างเข้มงวด การจัดเตรียมเอกสารที่ไม่ถูกต้อง การสำแดงพิกัดคลาดเคลื่อน หรือการขาดใบอนุญาตเฉพาะทาง ส่งผลให้ชิปเมนต์ถูกกักตรวจเป็นเวลานาน ซึ่งทำให้สารทำความเย็นในบรรจุภัณฑ์หมดอายุและนำไปสู่การละลายหรือเสื่อมสภาพในที่สุด ผู้ประกอบการสามารถศึกษาแนวทางการจัดเตรียมระบบเอกสารอย่างถูกต้องได้ที่ ขั้นตอนการจัดเตรียมเอกสารและพิธีการศุลกากรสำหรับนำเข้าคุมอุณหภูมิในกลุ่มเคมีภัณฑ์
3 การเลือกบรรจุภัณฑ์และระบบบันทึกข้อมูลที่ไม่เหมาะสม
การใช้กล่องควบคุมความเย็นที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่สามารถรักษาอุณหภูมิได้ยาวนานพอสำหรับเส้นทางระยะไกล ถือเป็นความเสี่ยงขั้นรุนแรง ยิ่งไปกว่านั้น หากไม่มีการติดตั้งระบบติดตามที่มีประสิทธิภาพ ผู้ประกอบการจะไม่สามารถทราบได้เลยว่าสินค้าเกิดความเสียหาย ณ จุดใด การประเมินภาพรวมซัพพลายเชนและเกณฑ์การเลือกพันธมิตรโลจิสติกส์ในภาพใหญ่ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก คู่มือการเลือกบริการขนส่งควบคุมอุณหภูมิและขนส่ง GDP สำหรับธุรกิจการแพทย์และเวชภัณฑ์
แนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของวัตถุดิบยา
การจำกัดความเสี่ยงและปกป้องคุณภาพของชิปเมนต์นำเข้า สามารถทำได้โดยการบูรณาการเทคโนโลยีและการจัดการซัพพลายเชนเฉพาะทาง ซึ่งผู้ประกอบการสามารถศึกษาโมเดลการบริหารจัดการระบบขนส่งคาร์โก้ทางการแพทย์อย่างละเอียดได้ในบทความ วิธีบริหารซัพพลายเชนกลุ่ม Biopharma ด้วยบริการขนส่ง cargo แบบควบคุมอุณหภูมิ เพื่อนำไปปรับใช้กับการขนส่งขององค์กร
บริษัท เจ็ท เอท (ประเทศไทย) จำกัด หรือ JET8 Cargo มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงปัญหาการนำเข้าวัตถุดิบยา เราจึงออกแบบโซลูชันการขนส่งควบคุมอุณหภูมิที่ไร้รอยต่อ พร้อมระบบ Data Logger ประสิทธิภาพสูงเพื่อบันทึกและตรวจสอบอุณหภูมิอย่างแม่นยำตลอดเส้นทาง ช่วยให้ทุกชิปเมนต์วัตถุดิบต้นน้ำของคุณปลอดภัยและคงประสิทธิภาพสูงสุดจนถึงไลน์การผลิต